ทนหูอื้อมาตั้งนาน เพิ่งรู้ว่าเส้นประสาทหูเสื่อมกู้คืนไม่ได้ 5 สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าคุณกำลังเสียการได้ยินไปตลอดกาล
หลายคนปล่อยให้ความเงียบค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในชีวิตทีละนิดโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ว่าการได้ยินมีปัญหาก็อาจจะสายเกินแก้ไปแล้ว ความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุดคือการคิดว่าอาการหูอื้อหรือฟังไม่ชัดเป็นเรื่องชั่วคราวที่รอให้หายเองได้ ทั้งที่ในความเป็นจริง เซลล์ประสาทหูที่ตายไปแล้วไม่สามารถงอกใหม่หรือรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้เหมือนแผลตามร่างกาย
ทำไมเส้นประสาทหูเสื่อมถึงเป็นเรื่องถาวร
ภายในหูชั้นในของเรามีเซลล์ขนขนาดเล็กทำหน้าที่ส่งสัญญาณเสียงไปยังสมอง เซลล์เหล่านี้มีความบอบบางอย่างมาก หากถูกทำลายด้วยเสียงที่ดังเกินไป สารพิษ หรือความเสื่อมตามวัย เซลล์เหล่านี้จะตายไปทันทีและไม่มีทางกู้คืนได้ การละเลยอาการเริ่มต้นจึงเท่ากับการปล่อยให้หน้าต่างแห่งการรับรู้โลกของคุณปิดลงทีละบานโดยไม่มีวันเปิดกลับมาได้อีก
5 สัญญาณเตือนภัยที่คุณไม่ควรเลื่อนผ่าน
1 ได้ยินเสียงแต่จับใจความไม่ได้
คุณรู้สึกว่าคนรอบข้างพูดพึมพำเหมือนอยู่ในลำคอ หรือต้องคอยถามซ้ำว่า อะไรนะ บ่อยครั้งในหนึ่งวัน
2 มีเสียงวิ้งในหูตลอดเวลา
อาการเสียงดังในหู (Tinnitus) คือสัญญาณฉุกเฉินจากระบบประสาทที่บอกว่าหูของคุณเริ่มทำงานผิดปกติและต้องการการตรวจเช็กด่วน
3 เริ่มเร่งเสียงโทรทัศน์ดังกว่าคนอื่น
เมื่อคนในครอบครัวเริ่มทักว่าคุณเปิดทีวีดังเกินไป นั่นคือหลักฐานชัดเจนว่าระดับการได้ยินของคุณลดลงจากเกณฑ์มาตรฐาน
4 ฟังลำบากเมื่ออยู่ในที่จอแจ
คุณเริ่มแยกไม่ออกว่าใครพูดอะไรเมื่ออยู่ในร้านอาหารหรือที่ประชุม จนทำให้คุณเริ่มไม่อยากออกไปเข้าสังคม
5 หูอื้อสะสมนานเกินสามวัน
หากอาการหูอื้อไม่หายไปหลังจากพักผ่อน อาจไม่ใช่แค่ขี้หูอุดตันแต่คือการเริ่มเสื่อมสภาพของระบบประสาทหูชั้นใน
สรุปและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
การรักษาความสามารถในการได้ยินที่ดีที่สุดคือการ ป้องกัน และ แก้ไขให้เร็วที่สุด หากคุณพบว่าตัวเองมีอาการเพียงหนึ่งในห้าข้อข้างต้น การเข้าพบนักแก้ไขการได้ยินเพื่อตรวจวัดระดับการได้ยินคือสิ่งที่คุณควรทำทันที เครื่องช่วยฟังในปัจจุบันถูกออกแบบมาเพื่อช่วยพยุงเซลล์ประสาทหูที่เหลืออยู่ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้คุณไม่ต้องสูญเสียความสุขในการสื่อสารไปตลอดชีวิตครับ







